ราคาบิทคอยเริ่มชะลอตัวและปรับฐาน สามารถปิดราคาเหนือ 1000 ดอลลาร์ได้เมื่อวาน

หลังจากเริ่มร่วงลงอย่างหนักในรอบต่ำสุดสองสัปดาห์เมื่อวานนี้ ราคาของบิทคอยเริ่มเด้งกลับขึ้น
โดยจากเมื่อวานนี้หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะทำ ATH หรือจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ราคา 1174.12 ดอลลาร์หรือ 8888 หยวนบน Okcoin นั้น ก็เริ่มเกิดการเทขายกันอย่างรุนแรงจนส่งผลให้ราคาร่วงไปอยู่ที่ 857.79 หรือ 6000 หยวน ก่อนที่จะเริ่มเกิดเวฟคอเรคชันดันให้ราคามาทรงตัวอยู่ที่ 7207 หยวนในตอนนี้

ลูกค้าจ่ายรอบวง

นาย Petar Zivkovski หรือหัวหน้าทีมผู้ดูแลลูกค้าของ Whaleclub ได้กล่าวว่า
“การเทขายในวันนี้เป็นอะไรที่รุนแรงที่สุดในรอบปีที่ผมเห็นมาเลย”
แต่ถึงกระนั้น ราคาก็ยังสามารถที่จะหาที่ยึดเหนี่ยวไว้ได้ โดยตอนนี้ราคากำลังคงตัวอยู่ที่ราวๆ 930 – 1000 ดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีคนที่จะกระโดดเข้าไปซื้อแล้ว ในขณะที่อีกหลายๆคนกำลังรอดูท่าทีอยู่
ส่วนในตลาดไทยนั้น ราคาก็เริ่มมีการปรับตัวลดลงมาจาก 40000 บาทลงมาเหลืออยู่ที่ราวๆ 37000 บาทแล้ว โดยหลายคนเชื่อว่าการปรับฐานของบิทคอยเมื่อคืนที่ผ่านมานี้อาจจะมีผลมาจากการปั่นราคาที่เริ่มมาจากตลาดในจีน เนื่องจากตัวเลข 8888 นั้นคนจีนเชื่อว่าเป็นตัวเลขนำโชค และการเทขายที่ราคานี้อาจจะถือเป็นเคล็ดอย่างหนึ่งของพวกเขาก็ได้
“เลข ATH สวยดี ถูกใจสายแทงหวย”
กล่าวโดยคุณธันวา สงวนสิน
อย่างไรก็ตาม การตกของราคาถือเป็นกลไกในตลาดที่นักเทรดมืออาชีพหลายๆคนคงจะรู้กันดีว่าถ้าราคามีแต่ขึ้นอย่างเดียวคงจะไปเป็นไม่ได้ หากแต่จะต้องมีลงด้วยเพื่อความเป็นสมดุลของตลาด การปรับฐานของราคาเกิดมาจากการที่ผู้ซื้อเริ่มมีน้อยลงเพราะคิดว่าราคาแพงเกินไป ส่วนผู้ขายเมื่อมองไม่เห็นว่ามีผู้ซื้อแล้วก็ต้องยอมเทขาย





Cr.siamblockchain.com


สอบถามเพิ่มเติม 088-7522858ติดต่อAdmin 021079115Line ID : Aongsmilekup

คลิ๊กๆ

ราคาบิทคอยพุ่ง 39,496 บาททะลุจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์บนเว็บเทรดจีน

เว็บกระดานเทรดบิทคอย BTCC หรือเว็บกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในจีนได้เทรดบิทคอยกันจนราคาทะลุจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์หรือ all-time high ที่ราคา 7666 หยวนต่อบิทคอย หรือ 39496 บาท
นาย Bobby Lee หรือ CEO ของ BTCC ได้ออกมาประกาศถึงความสำเร็จก้าวใหม่ในวันที่ 3 ที่ผ่านมาโดยมาแสดงความยินดีกับนักเทรดบนเว็บ
’s price is at an all-time high on BTCC’s CNY Exchange. It’s 7666.60 CNY now; the previous high was 7596.80 CNY in November 2013.

แปล: “ราคาของบิทคอยได้ทะลุจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์บนเว็บ BTCC แล้วที่ราคาตอนนี้ 7666.60 หยวน โดยจุดสูงสุดในอดีตอยู่ที่ 7596.80 หยวนเมื่อตอนเดือนพฤศจิกายนปี 2013”
ผู้เชี่ยวชาญและนักเทรดประเทศอื่นๆต่างก็แสดงความยินดี
นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวรวมถึงรองประธานแห่ง Bitfury นามว่านาย George Kikvdze ได้รับรู้ถึงราคาของบิทคอยบนตลาดจีนที่ว่านี้ และได้แสดงความเห็นที่เป็นบวกต่อการวิ่งขึ้นของราคาบิทคอย
ราคาของบิทคอยบนตลาดโลกตอนนี้รวมทั้ง Bitstamp ต่างก็กำลังทยอยตามกันมาเพื่อที่จะทะลุจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน
All-time high of $1,165.89, reached on 30th November, 2013. Bitstamp just hit $1129. We're almost there.

แปล: “จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 1165.89 ดอลลาร์ในอดีตเคยเกิดขึ้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2013 ซึ่งตอนนี้ Bitstamp เพิ่งจะทำลายสถิติไปแล้วที่ 1129 ดอลลาร์ เราใกล้จะถึงจุดๆนั้นแล้ว!”

เทรดเดอร์ไทยกำไรกันถ้วนหน้า

ดูเหมือนว่าราคาบนเว็บเทรดไทยก็จะเริ่มปรับตัวตามตลาดจีนแล้วเช่นกัน โดยบนเว็บ Bx หรือ Bitcoin Thailand ก็ได้มีการซื้อขายกันจนตอนนี้บิทคอยราคาขึ้นมาอยู่ที่ 41200 บาทต่อ 1 บิทคอย โดยหากนับเวลาเขียนข่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาเมื่อตอนที่บิทคอยมีราคาอยู่ที่ 34,000 บาท ซึ่งถ้าหากคุณถือ 1 บิทคอยเมื่อตอนนั้นก็จะกำไรราวๆ 7200 บาทในตอนนี้
ในขณะเดียวกันก็มีชาวไทยบนเว็บ Bitcoin Thai Club ออกมาแสดงความคิดเห็นในแง่บวกต่อการพุ่งขึ้นของราคาบิทคอยนี้เช่นเดียวกัน โดยหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มได้มีการแสดงผลงานการทำกำไรในช่วงของขาขึ้นของบิทคอย
ทางเราเคยวิเคราะห์ไว้ว่าขาขึ้นของบิทคอยนั้นยังไม่สุด โดยราคาของบิทคอยนั้นมีแนวโน้มที่จะสูงถึง 72000 บาท ต่อ 1 บิทคอยหรือ 2000 ดอลลาร์ ซึ่งนับจากนี้ไปหลังจากทะลุ all-time high ไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นได้

Cr.siamblockchain.com


สอบถามเพิ่มเติม 088-7522858
ติดต่อAdmin 021079115Line ID : Aongsmilekup

คลิ๊กๆ





ราคาของบิทคอยได้พุ่งขึ้นแบบเกินควมคาดหมาย โดยสูงทะลุ 1000 ดอลลาร์
โดยราคาในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ถือว่ายังห่างกับราคาเมื่อต้นปี 2013 อยู่ค่อนข้างพอสมควร (1023 ดอลลาร์) แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือเป็นปีทองของบิทคอยอย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าที่เพิ่มมากกว่า 100% จากเมื่อปีที่แล้ว
โดยก่อนหน้านี้ราคาได้พุ่งขึ้นมาที่ 999 ดอลลาร์ก่อนที่จะวิ่งกลับลงไปที่ 960 ดอลลาร์ โดยถือเป็นรูปแบบที่มีการคาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ราคาอ่อนแรงก่อนสักหนึ่งรอบก่อนที่จะทยานอีกครั้ง
โดยการกระโดดขึ้นของราคาเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่โวลลุ่มในการเทรดนั้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าปี 2017 ปีนี้จะถือเป็นปีที่ราคาของบิทคอยสามารถวิ่งแซงจุดสูงสุดของราคาบิทคอยตั้งแต่เริ่มต้นมา ที่ราคา 1216.7 ดอลลาร์เมื่อปี 2013

Cr.siamblockchain.com

สอบถามเพิ่มเติม 088-7522858
ติดต่อAdmin 021079115
Line ID : Aongsmilekup

คลิ๊กๆ


อดีตเจ้าของบริษัท iNet Broadband ทุ่มสิบล้านเปิดให้บริการบิทคอย Cloud Mining สัญชาติไทยนาม HashBX

ท่ามกลางการประทุของราคาบิทคอยทั่วโลกในขณะนี้ที่ส่งผลให้หลายๆคนต้องรีบกระโดดขึ้นรถเพื่อเดินทางสู่การทำกำไรในชนิดที่เราๆเรียกกันว่า “เงินเร็ว” โดยหลายๆคนก็เลือกที่จะเทรด ในขณะที่อีกหลายๆคนก็เลือกที่จะขุด แต่ก็มีบางคนตัดสินใจเลือกที่จะช่วยให้คน “ไม่มีโอกาสได้ขุด มาลองขุด” ผ่านทางระบบที่เรียกว่า Cloud Mining โดยคุณวันเฉลิม ลังกาวิเขต หรือ CEO ของ HashBX แห่งประเทศไทยนั้นเป็นผู้แนะนำระบบการขุดเหรียญบิทคอยผ่านทางระบบ cloud ที่ว่านี้ ซึ่งสามารถทำให้คนที่มีเงินทุนแต่ไม่อยากปวดหัวเรื่องการวางระบบเครื่องขุดและค่าไฟมหาโหดสามารถสนุกไปกับการรับเหรียญบิทคอยแบบไม่ต้องเทรดได้

มิติใหม่แห่งการขุดบิทคอย

ปกติแล้ว การจะขุดบิทคอยให้ได้ออกมาแต่ละเหรียญจะต้องอาศัยการถอดสมการทางคณิตศาสตร์ที่ยุ่งยากและซับซ้อน สมการที่ว่านี้สามารถที่จะถอดได้ด้วยมันสมองของมนุษย์แต่อาจจะต้องกินเวลาถึงร้อยหรือพันปีกว่าจะได้ออกมาสัก 1 ซาโตชิ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่การใช้เครื่องขุด ASIC (ประเภทของเครื่องขุดบิทคอยที่มีชื่อเต็มว่า Application Specific Integrated Circuits) ที่มีความสามารถในการประมวลผลที่มีหน่วยเป็น Hash ต่อวินาทีถือกำเนิดมาช่วยอำนวยความสะดวก
แต่ทว่าเจ้าเครื่องที่ว่านี้ปัจจุบันมีราคาที่ค่อนข้างแพง อย่างเช่นตัวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในขณะนี้คือ Antminer S9 ที่สนนราคาอยู่ที่ 2,700 ดอลลาร์ ต่อเครื่องหรือประมาณ 75,000 บาท แต่ถ้าหากคุณมี 75,000 บาทเพื่อนำมาซื้อเจ้าเครื่องที่ว่านี้ก็ไม่สามารถที่จะการันตีได้ว่าคุณจะสามารถขุดบิทคอยมาเป็นกอบเป็นกำเพื่อนำมาใช้จ่ายค่าไฟที่แพงมหาศาลตอนปลายเดือน เนื่องจากการจะลงทุนขุดบิทคอยเพื่อนำพาผลกำไรแบบจริงจังนั้น คุณจะต้องมีเจ้าเครื่องที่ว่านี้อย่างน้อย 40 เครื่องในโกดังของคุณ โดยคุณวันเฉลิมได้กล่าวถึงการทำระบบ eco ststem ที่ว่านี้ด้วยการลงทุนก่อสร้างโรงงานที่มีระบบไฟฟ้า 2 เม็กกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับคอนโด 40 ชั้นและ 1,000 ห้องเพื่อนำมารองรับเครื่องแอนท์มายเนอร์ เอสไนน์ที่ว่านี้

“เนื่องจากเครื่อง ASIC ราคาค่อนข้างสูงครับ และการขายเป็นเครื่องๆ บริการหลังการขายค่อนข้างทำได้ลำบากมาก เพราะเครื่องอยู่ที่ลูกค้า ต้องสอนการตั้งค่าต่างๆอีกมาก และต้องเปิดเครื่องตลอดเวลา ซึ่งทำให้ปัญหาเรื่องความร้อน และกระแสไฟฟ้าเท่ากับแอร์ 18,000 BTU ต่อเครื่อง เป็นอุปสรรคอย่างมากในการขายเครื่องครับ บริษัทจึงเห็นโอกาสในการก่อสร้างโรงงานเพื่อบริการ CLOUD MINING ด้วยกำลังไฟฟ้า 2 เม็กกะวัตต์ เท่ากับคอนโด 40 ชั้น 1,000 ห้อง มารองรับกำลังการผลิตจากเครื่องขุดในโรงงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรให้นักลงทุนครับ ดูแลหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
กล่าวโดยคุณวันเฉลิม
โดยบริการของ HashBx หากพูดง่ายๆก็คือการให้บริการเช่ายืม “กำลังขุด” ที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้ผ่านระบบทางเว็บไซต์ กล่าวคือผู้ลงทุนสามารถที่จะทำการเติมเงินเข้าไปในระบบเพื่อซื้อแรงขุดโดยคิดเป็น hash หลังจากนั้นก็นำเอาแรงขุดที่ซื้อนี้ไปทำการขุดบิทคอย ส่วนบิทคอยที่ได้มาก็จะถูกนำมาจ่ายให้กับผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติผ่านกระเป๋าบิทคอยที่ตั้งค่าไว้

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

คุณวันเฉลิมผู้หลงไหลในบิทคอยก็เหมือนกับคนทั่วๆไปที่อยากสร้างฐานะ ผันตัวเองจากการเป็นนักเขียนบอทสำหรับเทรดฟอเร็กซ์สู่เจ้าของบริษัท โดยในอดีตเขากับอาจารย์ผู้สอนการเทรดค่าเงินต่างคนต่างก็มองหาสิ่งใหม่ๆเพื่อลงทุน ก็ได้มาพบกับการขุดบิทคอยที่ค่อนข้างจะล่อตาล่อใจ ซึ่งทั้งสองได้เริ่มต้นขุดบิทคอยเมื่อตอนราวๆปี 2013 หรือยุคสมัยที่ Mt.Gox ยังรุ่งเรืองถึงขีดสุด การขุดบิทคอยของพวกเขาสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำถึงขั้นสามารถซื้อบ้านได้ 1 หลัง
บิทคอยในบางครั้งอาจเปรียบเสมือนกับทุเรียน คือมีรสหวานหอมอร่อย กินแล้วไม่อยากหยุด แต่ถ้ากินมากไปก็เกิดโทษต่อร่างกายได้ ไม่ต่างกันกับเคสของคุณวันเฉลิม หลังจากที่ธุรกิจการขุดบิทคอยกำลังเป็นไปได้สวย เขาเริ่มมองหาการลงทุนทางด้านการขุดใหม่ๆเพื่อขยายสายป่านจนกระทั่งมาพบ Cloud Mining ทว่าบริการดังกล่าวแบบที่เราเคยได้กล่าวมาแล้วนั้นว่ามักจะเต็มไปด้วยเว็บหลอกลวงที่เชิดเงินลูกค้าแล้วปิดหนีไป ซึ่งคุณวันเฉลิมสุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ

“เคยได้เป็นกอบเป็นกอบเป็นกำประมาณ 10 ล้านครับ แต่สุดท้ายมาเจอเว็บหลอกเพียงไม่กี่เว็บก็ทำให้เสียเงินแถมติดลบด้วย”
เว็บหลอกที่ว่านี้คือตัวจุดประกายกระแสต่อต้านการทำ cloud mining ทั้งในไทยและต่างประเทศ กล่าวคือเมื่อพูดถึงการทำ cloud mining ก็จะทำให้ผู้ใช้บิทคอยเกิดอคติและกลัว ส่งผลให้ผู้ให้บริการ Cloud Mining ที่ถูกกฏหมายต้องมาโดนลูกหลงไปด้วย
ลองผิดลองถูกหมดเงินไปกับเว็บจริงบ้าง เว็บ SCAM บ้าง ผมลองไปร่วมๆ 30 เว็บที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็น เว็บ SCAM ทั้งสิ้นครับ ไม่มีเหมืองจริงๆ รองรับหรือขุดจริงๆเลย สักเว็บ ปัจจุบันก็ปิดเว็บไปแล้วเกือบหมดครับ”
เสริมโดยคุณวันเฉลิม
ความไม่ยอมแพ้และความรักความหลงไหลในบิทคอยคือตัวผลักดันให้เขาเปลี่ยนชื่อจากบริษัทที่เคยเปิดเพื่อให้บริการอินเทอร์เนตความเร็วสูงและ Cloud Server จากชื่อ iNet Broadbrand มาเป็น HashBX ผู้ให้บริการทางด้านบิทคอย Cloud Mining อย่างเต็มตัว โดยการตัดสินใจที่ว่านี้ เขาไม่เพียงเลือกแต่จะเป็นผู้ให้บริการคนไทยอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้ให้บริการนักลงทุนนอกประเทศไทยอีกด้วย

การลงทุนที่โปร่งใส

เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ตัวเองเคยทำไว้ และไม่เอามาเป็นแบบอย่างในการดำเนินธุรกิจ คุณวันเฉลิมเชื่อว่าการทำธุรกิจ cloud mining ที่ปัจจุบันมีความเสี่ยงอยู่บนเส้นได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความโปร่งใส ซึ่งเราคิดว่าเขามาถูกทาง
บริษัท HashBx เปิดทำการอย่างเป็นทางการโดยได้ลิขสิทธิ์มาจากบริษัท Bitmain ผู้ผลิตเครื่อง Antminer และเจ้าของ Antpool หรือ pool สำหรับขุดบิทคอยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สวนลุมไน๊ทบาซาร์ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้บริการและนักลงทุนสามารถเข้ามาเยี่ยมชมและดูเครื่องขุด Antminer S9 ตัวเป็นๆได้ ซึ่งถือเป็นการขจัดปัญหาทางด้านการทำธุรกิจ Cloud Mining ที่ตรงตัว ซึ่งก็คือปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือนั่นเอง โดยเมื่อถามถึงวิธีการแก้ปัญหาภาพลักษณ์ของ Cloud Mining ที่ในปัจจุบันยังถือว่าค่อนข้างเป็นด้านลบ คุณวันเฉลิมได้ให้คำตอบว่า
“ใช้เหมืองเป็นตัวนำครับ ทำในสิ่งที่นักลงทุนจับต้องได้ เข้าเยี่ยมชมกิจการได้ มองเห็นความมั่นคงในธุรกิจครับ”
คุณวันเฉลิมยังมีมาตรการทางด้านความปลอดภัยอีก กล่าวคือบิทคอยของทางลูกค้าจะถูกเก็บไว้ใน cold storage และการชดเชยบิทคอยคืนให้กับผู้ใช้งานในกรณี cold storage ถูกขโมยหรือไฟไหม้โรงงานก็จะมีให้เช่นกัน โดยเขาได้กล่าวว่าได้มีแผนรองรับทั้งหมดไว้แล้ว



การลงทุนที่ต้องคำนวณ

ปัจจุบันเว็บ HashBX เปิดให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนซื้อกำลังขุดได้ด้วยเงินต่ำสุดเพียงแค่ 380 บาท โดยลูกค้าจะได้ทำการขุดใน Antpool ซึ่งถือเป็น pool ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คุณวันเฉลิมกล่าวว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่บิทคอยเป็นขาขึ้น ดังนั้นกำไรที่ได้จะสูงกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาหลังการทำ Halving เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ตาม
คุณวันเฉลิมเผยว่าผู้ลงทุนสามารถที่จะคืนทุนได้ภายในหนึ่งปีหากราคาบิทคอยยังอยู่ในระดับ 10000-30000 บาท เมื่อเลือกลงทุนบนสัญญาแบบ Lifetime กับการลงทุนด้วยเงิน 30,000 ดอลลาร์หรือราวๆ 1 ล้านบาท โดยทางผู้ลงทุนจะได้รับกำลังขุดประมาณ 100 Terrahashes, ทำเงินได้เดือนละ 2,176 ดอลลาร์หรือ 97,666 บาท แต่ต้องหักค่าไฟที่บริษัทจำเป็นต้องจ่ายประมาณ 42,000 บาทออกไปทำให้รายรับหลังหักค่าไฟออกไปแล้วอยู่ที่ราวๆ 36,000 บาท
“ถ้าบิทคอยน์ราคาสูงขึ้นเป็น $1000 ก็กำไรมากขึ้นครับ ค่าไฟเท่าเดิม 2,432 – 1,176 = 1,262 กำไรมากกว่า 1262/30000 ประมาณ 4%”
กล่าวโดยคุณวันเฉลิม
สรุปแล้ว HashBX คือผู้ให้บริการ Cloud Mining สำหรับบิทคอยสัญชาติไทยเจ้าแรกของไทยผู้ที่เพิ่งจะกระโดดเข้ามาในตลาดได้ไม่นานมานี้ ซึ่งทางบริษัทมีพร้อมทั้งเครื่องขุดรุ่นใหม่ล่าสุด และโรงงานขุดที่ใครๆก็สามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมได้เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส อย่างน้อยถ้ามีที่อยู่ในไทยก็สามารถที่จะสร้างความสบายใจให้กับนักลงทุนชาวไทยได้ไม่น้อย คุณวันเฉลิมได้ขอทิ้งท้ายไว้ว่า
“บริษัทมีความตั้งใจจริงในการดำเนินกิจการ Cloud Mining เพื่อให้บริการนักลงทุนทั่วโลก และเป็นเหมืองระดับโลกที่มั่นคงเราจึงเป็นต้นแบบเหมืองเปิด เป็นฟาร์มบิทคอยน์แห่งแรกของโลกที่ให้บริการ Cloud Mining และเปิดเหมืองให้เข้าเยี่ยมชม อีกทั้งเป็นแบบอย่างให้เหมืองอื่นๆในโลก ต้องเปิดโรงงานผลิตเงินบิทคอยน์ให้นักลงทุนได้เข้าชม และส่งผลให้เหมืองปลอมหรือเว็บ SCAM ค่อยๆหมดไปจากอุตสาหกรรมเหมืองบิทคอยน์ของเราทุกคนครับ”

หากคุณอยากจะรู้ว่าระบบดังกล่าวหน้าตาเป็นอย่างไร สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่นี้

Cr.siamblockchain.com/

สอบถามเพิ่มเติม 088-7522858
ติดต่อAdmin 021079115
Line ID : Aongsmilekup

คลิ๊กๆ



บิทคอย Cloud Mining คืออะไรและทำงานอย่างไร


ถ้าหากคุณต้องการที่จะลงทุนสายขุดบิทคอยโดยที่ไม่อยากจะเปลืองแรงจัดการและบริหารเครื่องขุดของตัวเอง นั่นย่อมมีทางออกเสมอ คุณสามารถใช้ระบบ cloud เพื่อขุดบิทคอยออกมาได้
พูดกันอย่างง่ายๆเลย ระบบ cloud mining คือการแชร์พลังในการขุดของเครื่องขุดที่รันจากเครื่องตัวแม่ โดยผู้ใช้บริการสามารถที่จะใช้แค่เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง และการเป๋าเก็บบิทคอยเพียงแค่นั้นก็สามารถที่จะขุดบิทคอยผ่านระบบ cloud mining ได้
อย่างไรก็ตาม การทำ cloud mining นั้นมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ผู้ลงทุนควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ

ข้อดี

นี่คือข้อดีของการทำ cloud mining ที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะลองชั่งใจ

ที่บ้านเงียบ ไม่จำเป็นต้องมาทนฟังเสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องขุด
ไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่บ้าน
ไม่จำเป็นต้องมานั่งปวดหัวเรื่องขายเครื่องขุดมือสอง เมื่อเครื่องที่ใช้อยู่เริ่มตกรุ่น
ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากอัคคีภัย
ไม่ต้องมาทะเลาะกับซัพพลายเออร์ที่ขายเครื่องขุด
ข้อเสีย

และนี่คือข้อเสียที่คุณควรจะนำมาใช้เป็นตัวประกอบในการตัดสินใจ

ความเสี่ยงต่อการถูกหลอกและโกง
การขุดเหรียญที่ในบางครั้งไม่โปร่งใส
ไม่สนุก (ถ้าหากคุณเป็นกีคที่ชอบระกอบอุปกรณ์เอง!)
กำไรค่อนข้างต่ำ (เนื่องจากเจ้าของ cloud ก็ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์เหมือนกัน)
สัญญาการขุดที่ในบางครั้งบอกว่าจะต้องปิดตัวลงอันเนื่องมาจากราคาของบิทคอยที่ต่ำ
ประเภทของการทำ Cloud Mining

โดยทั่วๆไปแล้ว มันจะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

การขุดแบบเช่าเครื่อง เช่าเครื่องขุดที่ทางผู้ให้บริการทำไว้ให้ผ่านโฮส
การขุดแบบใช้โฮสเสมือนจริง โดยการสร้างเซอเวอร์ส่วนตัวและติดตั้งซอฟต์แวร์การขุดด้วยตัวเอง
เช่าพลังในการขุด (Hashing Power) เช่าพลังในการขุดโดยมีหน่วยที่คิดเป็น Hash โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องขุด (ประเภทนี้ถือเป็นที่นิยมที่สุด)
วิธีการคำนวณกำไร

เราได้พูดถึงวิธีการในการคำนวณกำไรในการขุดบิทคอยไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เว็บผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักจะคิดจากตัวแปรของฮาร์ดแวร์ของคุณ ไม่ใช่ตัวแปรของระบบ cloud mining
ถึงแม้ว่าคุณจะทำการคำนวณผ่านเครื่องคิดเลขออกมาอย่างดีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ทางผู้ให้บริการส่วนใหญ่ (อย่างเช่น Genesis Block) มักจะชาร์จค่าไฟของเครื่องขุดจากคุณด้วย และบางครั้งอาจชาร์จคุณค่าวางเครื่องครั้งแรก พูดง่ายๆคือ ทางผู้บริการมักจะขอให้คุณจ่ายค่าโน่นค่านี่ไปตลอดรวมถึงค่าลงทุนครั้งแรก
ฉะนั้นผู้ให้บริการ Cloud Mining คือผู้ที่ควรจะจ่ายค่าไฟ ไม่ใช่คุณ คุณสามารถที่จะคำนวณรายรับรายจ่ายโดยระบุในบัญชีของคุณอย่างชัดเจนว่าคุณจ่ายค่าเช่าเครื่องขุด ไม่ใช่จ่ายค่าไฟ
การคำนวณในบางครั้งอาจจะไม่ได้ตรงตัวมากนัก อย่างในกรณีที่คุณมีเครื่องขุดนั้น คุณสามารถที่จะคำนวณรายจ่ายทางด้านค่าไฟต่อเดือนโดยทำการคูณค่าไฟฟ้าเข้าไป (เช่นเงินบาทต่อกิโลวัตต์) ด้วยอัตราการกินไฟของยูนิตต่อเครื่องและด้วยตัวเลข 0.744 (อัตราส่วนวินาทีต่อเดือนแปลงเป็นพลังงานต่อกิลโลวัตต์)
แต่สำหรับการคำนวณกำไรจากการทำ Cloud Mining นั้น คุณจะต้องทำตรงกันข้ามกัน เพราะว่าทางผู้ให้บริการจะให้บริการคุณด้วยการให้เช่า hashing power ดังนั้นคุณต้องทำการคำนวณต้นทุนต่อกิโลวัตต์ที่นำไปใช้ในการขุดของเครื่องขุด ซึ่งทำได้โดยการหาร (ไม่ใช่คูณ)ค่าเช่าต่อเดือนด้วย 0.744 แทน

อัตราความเสี่ยงต่อกำไร

เมื่อคุณทำการลงทุนในหมวดหมู่ cryptocurrency ไม่ว่าจะในเหรียญอะไรก็ตาม มันย่อมที่จะมีความเสี่ยงเสมอ แต่โอกาสทำกำไรนั้นก็มีเช่นกัน ถ้าคุณตัดสินใจถูกต้องและหาตัวเลือกที่เหมาะสม เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลให้คุณเพื่อช่วยในการตัดสินใจไปแล้ว
ในการทดสอบการคำนวณของคุณนั้น คุณอาจจะได้เห็นว่าการลงทุน Cloud Mining อาจจะมีกำไรไปได้ประมาณ 2-3 เดือนแรก แต่เมื่อระดับความยาก (Difficulty Level) เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจจะเริ่มขาดทุนในเดือนที่ 4 ไปเรื่อยๆ
วิธีการแก้คือการใส่เงินเข้าไปใน hashing power เพื่อเติมพลังการขุดให้กับบัญชีของคุณ แต่การทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนที่มากขึ้นไปอีก
อย่างที่กล่าวมานั้น ความเสี่ยงในการถูกโกงและการบริหารที่ผิดพลาดนั้นค่อนข้างที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายในกลุ่ม cloud mining นักลงทุนควรที่จะเลือกลงทุนใน cloud mining เมื่อพวกเขาได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลของผู้ให้บริการมาเป็นอย่างดีแล้ว และก็เป็นแบบที่พวกเขาได้พูดกัน “ไม่ควรที่จะลงทุนมากกว่าเงินที่คุณสามารถจะเสียมันไปได้”
เริ่มทำการศึกษาจากในกลุ่มโซเชียลของนักขุด cloud mining และให้ลองทำการพูดคุยกับเจ้าของผู้ให้บริการ cloud mining ก่อนตัดสินใจลงทุน และท้ายสุดแล้วคุณควรที่จะลองลงมือฝึกหัดและเรียนรู้มุมมองของการลงทุนในด้านนั้นๆ เพื่อที่จะตามทันผู้ให้บริการทั้งหลาย

Cr.http://siamblockchain.com/

สอบถามเพิ่มเติม 
088-7522858
ติดต่อAdmin 021079115
Line ID : Aongsmilekup

คลิ๊กๆ


เรียนสมาชิกทราบ

      เนื่องจากในขณะนี้ hash bx ได้รับการตอบรับจากสมากชิกและผู้ที่สนใจเป็นอย่างมากในธุรกิจ และการทำตลาดแบบ online ทางบริษัทจึงเพิ่มช่องทางเพื่อช่วยสนับสนุนสำหรับการทำตลาดแบบ offline โดยจะมีเจ้าหน้าการตลาดลงพื้นที่ช่วยแนะนำเทคนิคในการแนะนำธุรกิจ หรือ สมาชิกท่านใดสามารถนัดผู้มุ่งหวังและให้ทางเจ้าหน้าที่การตลาดไปช่วยแนะนำได้โดยไม่มีค่าใชจ่าย (กรุงเทพและปริมณฑล) ส่วนสมาชิกที่อยู่ ต่างจังหวัดสามารนัดรวมผู้มุ่งหวังตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ทีมการตลาดลงไปแนะนำและช่วยทำการตลาดได้.


สอบถามเพิ่มเติม 088-7522858
ติดต่อAdmin 021079115
Line ID : Aongsmilekup


คลิ๊กๆ


วันที่ 1 มกราคม 2560 ปรับอัตรา ราคากำลังขุดใหม่